ความแตกต่างทางใจยภาพ
posted on 27 Jan 2011 12:45 by whatsgoingangedit @ 27 Jan 2011 14:00:58 by ang : )
แต่พอควร
posted on 02 Jan 2011 13:28 by whatsgoingangสวัสดีปีเถาะ
posted on 30 Dec 2010 13:12 by whatsgoingangedit @ 2 Jan 2011 13:27:34 by ang : )
ไฟฉุกเฉิน
posted on 09 Sep 2010 14:45 by whatsgoingangสหายคู่แต่งงานหมาดๆ เลือกมาพักผ่อนที่ภูเก็ตหลังฉลองงานแต่ง
ตามประสาเจ้าบ้าน ก็พาไปกินนู่นกินนี่ ให้ได้ชื่อว่า ถึง ถูเก็ตแล้วจริงๆ
เริ่มด้วยกาแฟยามบ่ายร้าน(เคย)ประจำ
ซึ่งเจ้าบ่าวบอกว่า กาแฟแปลกๆ
แต่เราไม่ได้ชิม เลยไม่รู้ว่าประหลาดแค่ไหน
(หลังจากนั้นก็ เว้นวรรค อ้วกแตก ไป 1 รอบ)
พาไปเดินเล่นไทยหัวมิวเซีียมที่ถนนกระบี่
ตามด้วยกับข้าวอร่อยๆ ที่ ปลาหมอสี
และชมไฟเมืองบนเขารัง
ทำท่าจะสิ้นสุดทริปซิตี้ทัวร์ด้วยดี
แต่ก็ไม่!
เจ้าบ่าวใจสั่น ความดันขึ้นสูง จนต้องนำส่งห้องฉุกเฉิน
และตัวสั่นเทิ้มอยู่ในนั้น
ซึ่งทำให้พบว่า ไฟฉุกเฉิน ที่เปิดขอทาง
ด้วยความพยายามที่จะนำคนป่วยไปถึงหมอให้เร็วที่สุดนั้น
ไม่มีความหมาย
ไม่มีใคร หลบ หลีก เลี่ยง
มองในแง่ร้าย ยังน่าจะคงมีคนด่าตามหลังแน่ๆ
คิดไม่ออกว่า ถ้าช้ากว่านี้อีกนิด จะเป็นยังไง
และคิดไปไกลว่าทำไมคนเราจึงคิดถึงคนอื่นน้อยนัก
harinezumi2++
posted on 16 May 2010 21:21 by whatsgoingangไม่ใช่ชื่อโรคใดๆ ของญี่ปุ่น
แต่เป็นกล้อง digital lomo สัญชาติปลาดิบ
ที่เล่นแล้ว ได้อารมณ์แบบถ่ายฟิล์ม ล้างครอส สแกนหยาบๆ
คือ เกรนแตก สีเพี้ยน ขอบมืดหน่อยๆ
สนุกดีแท้
รุ่น 2++ นี้ถ่ายวิดีโอแบบมีเสียงก็ได้ ไม่มีก็ได้
ปรับเป็นขาวดำ ซึ่งแน่นอน ถ่ายหนังเป็นขาวดำได้ด้วย
ปรับ iso ได้ 2 ระดับ 100 กับ 800
มีโหมดมาโคร ที่นอกจากถ่ายใกล้มากแบบกล้องติดวัตถุ (ถึงจะชัด) แล้ว
ยังบังเอิญพบว่าเอามาถ่ายให้ ไม่ชัด ได้มันมาก!
เชิญชม
นี่คือหน้าตาของมัน เลียนแบบกลักฟิล์ม 110 (รูปนี้ถ่ายด้วย GF1+lens 20mm)
และนี่ คือผลงานของเจ้ากล้องตัวจ้อยนี้
สีเหล่านี้ มิได้แต่งเพิ่มแต่อย่างใด นะจะบอกให้
โทษคนอื่น
posted on 10 Feb 2010 13:17 by whatsgoingangเป็นหนทางสู่ความสบายใจ
เป็นกันทุกระดับชนชั้น อายุ การศึกษา
วันนี้เพิ่งได้ยินเรื่องขำๆ มาว่า
หนุ่มใหญ่นายหนึ่ง ซึ่งมักได้รับรางวัล ไม่อันใดก็อันหนึ่ง
จากการส่งผลงาน (... ไม่บอกดีกว่าว่าผลงานอะไร) เข้าประกวด (ระดับชาติ)
แต่ผิดหวังจากการประกวดเวทีเล็กๆ ในจังหวัดมากกว่า 1 ครั้ง
ด้วยความมั่นใจในฝีไม้ลายมือของตัวเอง
ก็เลยออกอาการประท้วงเล็กๆ
บ่นอุบ - โทษโน่นนี่นั่น
สุดท้ายมาลงที่ว่า กรรมการอาจไม่โปร่งใส
อ้าว เป็นงั้นไป!
พูดยาก ความงามเป็นเรื่องที่ตัดสินไม่ได้ด้วยตาคู่ใดคู่หนึ่ง
แน่นอน เจ้าของย่อมเห็นดี*(ที่สุด)
แต่ในเมื่อมีคนอื่นเป็นผู้ตัดสิน ก็ไม่แน่ว่าจะมีใครเห็นงามตามกัน
และการไม่ได้รางวัล ก็ไม่ได้แปลว่าผลงานนั้นไร้ซึ่งคุณค่าความงาม
แต่เวทีประกวดอาจไม่ใช่การโชว์ความเป็นตัวตน
ถ้ากระหายชัยชนะขนาดนั้น อาจต้องลืมแนวทางของตัวเอง
ไปทำงานให้เข้าตา เข้าทางของผู้ตัดสิน
ยอมไหม?
อาการ โทษคนอื่น แบบนี้
เป็นกันทุกเพศ ทุกวัย
เป็นแล้วสบายใจ ก็เป็นไป
แต่ไม่ว่าเด็ก หรือผู้ใหญ่
ใครเป็นก็ไม่น่ารักซักคนแฮะ
*ยิ่งหนักข้อกว่านั้นอีก ที่ยังมีบางคน ยังดูไม่ออกด้วยซ้ำ ว่างานตัวเองนั้นยังเรียกว่า สวย ไม่ได้!
กลไกป้องกันตัวเอง
posted on 25 Jan 2010 23:31 by whatsgoingang
รู้สึกเหนื่อยหน่ายกับผู้คน
เซ็งโลกที่(บาง)คนใช้ชีวิตแบบคิดถึงคนอื่นน้อย
เอาตัวเอง สุข เข้าว่า
สุขไว้ก่อน ประเภทข้าก็เป็นของข้าแบบนี้ ใครจะทำไม
ต่อให้รูปแบบการใช้ชีวิต จะกระทบหน้าที่การงาน และระบบของคนอื่นก็ ไม่แคร์
ไอ้การ ไม่แคร์ นี่ก็ดีไปอย่าง(กับตัวของคนไม่แคร์เองน่ะนะ)
คือไม่แคร์ว่าใครจะอะไรยังไง
จะเตือน จะบ่น จะว่า ก็หัวเราะกลบเกลื่อนไป
ไม่เคยขอโทษ เพราะฉันไม่ผิด ฉันก็เป็นอย่างนี้ - ไม่แคร์
ฉันมีเหตุผลของฉัน(นะยะ)
ใครมาแตะสิ คนนั้นแหละ "อคติ" และ "ใช้อารมณ์" เสียเอง
มองแง่ดีว่า ก็คงเป็นแค่ กลไกป้องกันตัวเอง
แต่พอมานั่งคิดทบทวนสงสัย -หัวเราะแหะๆ- นี่คือรู้ตัวไหม
ว่าผิด ว่าพลาดอะไร
เอาเข้าจริง การกลบเกลื่อนด้วยวิธีนั้น อาจจะอันตรายกว่า
เพราะนานๆ เข้า ก็คงจะหลงลืมไปจริงๆ
ว่าพฤติกรรมบางอย่างนั้น ถือเป็นความ ไม่เข้าท่า ในมุมมองของคนส่วนใหญ่ในสังคม
ไม่ขอโทษเรา ไม่เป็นไร
ขอให้รู้(อยู่แก่ใจ)แค่ว่า ผิดแล้ว ยอมรับ จะแก้ตัวใหม่ไม่ซ้ำเดิม...ก็พอ
เพราะสารภาพตามตรง
ทั้งเกลียด (รังเกียจ) และกลัวคนประเภทไม่รับผิด(ชอบ)
"ไม่รู้ตัว" ด้วยกลไกที่ว่า
และไม่รู้ตัวจริงๆ(เป็นไปได้ไหม ที่จะไม่รู้ตัว?)
ทางออกคงมีแค่ ยอมแพ้
และหนี
อย่างเดียว!
เพราะให้อภัยไม่ได้
เขาไม่ได้ ผิด อะไรเลยนี่!!
edit @ 26 Jan 2010 00:48:58 by ang : )









